วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554

หลักการทำงานและการแสดงผลของภาพกราฟิก

หลักการของกราฟิกแบบ Raster
                หลักการทำงานของภาพกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmat เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสี ซึ่งจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ นี้ เรียกว่า “ พิกเซล ” (Pixel) ในการสร้างภาพกราฟิกแบบ Raster จะต้องกำหนดจำนวนของพิกซลให้กับภาพที่ต้องการสร้าง ถ้าจำนวนพิกเซลน้อย ภาพจะไม่คมชัดเท่าจำนวนพิกเซลมาก ดังนั้นจึงควรกำหนดพิกเซลให้เหมาะกับงานที่สร้าง                                                
                
                          ตัวอย่างภาพกราฟิกแบบ Raster แบบปกติ             ตัวอย่างภาพกราฟิกแบบ Raster เมื่อทำการขยาย

หลักการของกราฟิกแบบ Vector
                 กราฟิกแบบ Vector หรือ Object-Oriented Graphics หรือเรียกว่า เป็นรูปภาพ Resolution-Independent เป็นภาพที่อ้างอิงตามความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณซึ่งมีทิศทาง การลากเส้นไปในแนวต่างๆ จึงเรียกประเภท Vector Graphic หรือ Object Oriented               
ในระบบวินโดวส์ ไฟล์รูปภาพประเภทนี้ คือ พวกที่มีนามสกุลเป็น .EPS , .WMF, .CDR, .AI , .CGM, .DRW, .PLT เป็นต้น และโปรแกรมที่ใช้สร้างคือ โปรแกรมประเภทวาดรูป (Drawing Program) เช่น CorelDraw หรือ AutoCAD 

         
                      ตัวอย่างภาพกราฟิกแบบ Vector แบบปกติ            ตัวอย่างภาพกราฟิกแบบ Vector เมื่อทำการขยาย
ความแตกต่างของกราฟิกแบบ  2  มิติ
ภาพกราฟิก 2 มิติแบบ Raster  และแบบ  Vector  มีความแตกต่างกันดังนี้
ภาพกราฟิกแบบ  Raster
ภาพกราฟิกแบบ  Vector
1.      ภาพกราฟิกเกิดจากจุดสีเหลี่ยมเล็กๆหลากหลายสี  (Pixels)  มาเรียงต่อกันจนกลายเป็นรูปภาพ
1.    ภาพเกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทาง
คณิตศาสตร์หรือการคำนวณ โดยองค์ประกอบของภาพมีอิสระต่อกัน
2.      การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ความละเอียดของภาพลดลง  ทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ
2.   การขยายภาพกราฟิกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น              ภาพยังคงความละเอียดคมชัดเหมือนเดิม
3.      การแต่งตั้งและแก้ไขภาพ  สามารถทำได้
 ง่ายและสวยงาม  เช่นการ  Retouching ภาพ
 3.   เหมาะกับงานออกแบบต่างๆ เช่น  งาน 
สถาปัตย์  ออกแบบโลโก
4.    การประมวลผลภาพสามารถทำได้รวดเร็ว
5.      การประมวลผลภาพใช้เวลานาน  เนื่องจาก
คำสั่งในการทำงานมาก


วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

บรรณานุกรม

“ การประยุกต์ใช้งานกราฟิก.”  [ ออนไลน์ ].  เข้าถึงได้จาก http://www.thaigoodview.com/node/19303#p4, 2554.
“ กราฟิกคอมพิวเตอร์.”  [ ออนไลน์ ].  เข้าถึงได้จาก http://web1.myfri3nd.com/blog/2008/10/23/entry-4,  
                     2554.
“ ความสำคัญของกราฟิก. ”  [ ออนไลน์ ].  เข้าถึงได้จาก  http://www.thaigoodview.com/node/19303, 2554.
“ ความหมายของกราฟิก.”  [ ออนไลน์ ].  เข้าถึงได้จาก http://intreelek2.blogspot.com/2007/09/     
               blog-post_1543.html, 2554.
“ ชนิดและรูปแบบไฟล์กราฟิก.”  [ ออนไลน์ ].  เข้าถึงได้จาก http://www.illustratorwbi.com/webpage/u1-4-         
                      2.html, 2554.
“ บทบาทของกราฟิกในปัจจุบัน.”  [ ออนไลน์ ].  เข้าถึงได้จาก http://www.rayongwit.ac.th/graphic
                    web/page/unit1-2.html, 2554.
 “ ประเภทของภาพกราฟิก.”  [ ออนไลน์ ].  เข้าถึงได้จาก http://www.oknation.net/blog/print.
                     php?id=332061, 2554.
“ ประวัติความเป็นมาของกราฟิก.”  [ ออนไลน์ ].  เข้าถึงได้จาก http://www.learners.in.th/blogs/posts/95290,  
                     2554.
“ สีและแสงที่ใช้ในงานกราฟิก.”  [ ออนไลน์ ].  เข้าถึงได้จาก http://krumaew.wordpress.com, 2554.
“ หลักการทำงานและการแสดงผลของภาพกราฟิก.”  [ ออนไลน์ ].  เข้าถึงได้จาก 
               http://lvcl.lampangvc.ac.th/KM/external_links.php?links=5, 2554.

การประยุกต์ใช้งานกราฟิก

                             การประยุกต์งานคอมพิวเตอร์กราฟิกสามารถจำแนกตามลักษณะของงาน ดังนี้

1. ) การออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิกในงานออกแบบ : หรือที่เรียกว่า CAD (Computer Aided Design) ผู้ออกแบบสามารถนำสัญลักษณ์ที่โปรแกรมมีไว้มาประกอบกัน เพื่อแก้ไขได้สะดวก  ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

2.) การแสดงผลข้อมูล : การใช้โปรแกรมเพื่อสร้างภาพ ทำให้การสื่อสารดีกว่าการใช้ข้อมูลที่เป็นตัวเลขหรือข้อความ เช่น ภาพถ่ายทางการแพทย์ แสดงให้เห็นโครงสร้างภายในร่างกายของผู้ป่วย ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้อย่างถูกต้องแม่นยำ   เป็นต้น  

3.) การจำลองการทำงาน : :  การนำคอมพิวเตอร์มาจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความชำนาญก่อนปฏิบัติกับอุปกรณ์จริง เช่น การจำลองการทำงานในวงการ ให้ดูสมจริง เป็นต้น
 

                  4.) การออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ : ระบบปฏิบัติการซอฟต์แวร์ ต่าง ๆ ต้องใช้ภาพกราฟิกในการสั่งงาน เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ


ชนิดและรูปแบบไฟล์กราฟิก

*                            ชนิดและรูปแบบไฟล์กราฟิก มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ

1.)   ภาพราสเตอร์ (Raster ) : หรือเรียกว่าภาพแบบ Bitmap ก็ได้ เป็นภาพที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่า “ พิกเซล (pixels) ”                 
        ตัวอย่าง
                               -  ภาพใช้งานทั่ว ๆไป  ให้กำหนดพิกเซล  ประมาณ 100-150 Pixel
                               -  ภาพที่ใช้บนเว็บไซต์  ให้กำหนดพิกเซล  ประมาณ 72  Pixel
                               -  ถ้าเป็นภาพแบบงานพิมพ์ เช่น นิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่
                                   จะกำหนดพิกเซลประมาณ 300-350 Pixel
                        ข้อดีของภาพชนิด Raster
                              -  สามารถแก้ไขปรับแต่งได้
                             -  ตกแต่งภาพได้ง่ายและสวยงาม
       นามสกุลที่ใช้เก็บภาพแบบ Raster
นามสกุลที่ใช้เก็บ
ลักษณะงาน
โปรแกรมที่ใช้สร้าง
.JPG, JPEG, JPE,.GIF
ใช้สำหรับรูปภาพทั่วไป งานเว็บเพจ และงานที่มีความจำกัดด้านพื้นที่หน่วยความจำ
โปรแกรม Photoshop, PaintShopPro , Illustrator
.TIFF , TIF
เหมาะสำหรับงานด้านนิตยสาร เพราะมีความละเอียดของภาพสูง
.BMP , DIB
ไฟล์มาตรฐานของระบบปฏิบัติการ
วินโดว์
โปรแกรม PaintShopPro , Illustrator

2.)     ภาพแบบ Vector :  เป็นภาพที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณ
ซึ่งภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มภาพมีขนาดเล็กกว่าภาพแบบ Raster
ข้อดีของภาพแบบ Vector
          -  นิยมนำไปใช้ในด้านสถาปัตย์ตกแต่งภายในและการออกแบบต่าง ๆ
              เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก้ การสร้างการ์ตูน
                       โปรแกรมที่นิยมนำมาสร้างภาพแบบ Vector
          -  โปรแกรม  Illustrator
          -  CorelDraw
          -  AutoCAD
          -  3Ds max  ฯลฯ
       
นามสกุลที่ใช้เก็บภาพแบบ Vector
นามสกุลที่ใช้เก็บ
ลักษณะงาน
โปรแกรมที่ใช้สร้าง
.AI,.EPS
ใช้สำหรับงานที่ต้องการความละเอียดของภาพมาก เช่น การสร้างการ์ตูน การสร้างโลโก้ เป็นต้น
โปรแกรม  Illustrator
.WMF

ไฟล์มาตรฐานของระบบปฏิบัติการ
วินโดว์
โปรแกรม CorelDraw












สีและแสงที่ใช้ในงานกราฟิก

*                         สีและแสงที่ใช้ในงานกราฟิกมีดังนี้
            1.) RGB : เป็นระบบสีที่ประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง สีเขียวและสีน้ำเงิน เมื่อนำมาผสมกันทำให้เกิดสีได้มากถึง 16.7 ล้านสี ซึ่งใกล้เคียงกับสีที่ตาเรามองเห็นปกติ ถ้าสีมีความเข้มมากเมื่อนำมาผสมกันจะทำให้เกิดเป็นสีขาว จึงเรียกระบบสีนี้ว่าแบบ Additive หรือการผสมสีแบบบวก
 2.) CMYK: ประกอบด้วยสีหลัก 4 สีคือ สีฟ้า , สีม่วงแดง , สีเหลือง และสีดำ เมื่อนำมาผสมกันจะเกิดสีเป็นสีดำแต่จะไม่ดำสนิทเนื่องจากหมึกพิมพ์มีความไม่บริสุทธิ์ จึงเป็นการผสมสีแบบลด หลักการเกิดสีของระบบนี้ คือ หมึกสีหนึ่งจะดูดกลืนแสงจากสีหนึ่งและสะท้อนกลับออกมาเป็นสีต่าง ๆ

 3.) HSB:  เป็นระบบสีแบบการมองเห็นของสายตามนุษย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ
-> Hue คือ สีต่าง ๆ ที่สะท้อนออกมาจากวัตถุแล้วเข้าสู่สายตาของเรา
-> Saturation คือ ความสดของสี โดยค่าความสดของสีจะเริ่มที่ 0 ถึง 100 แต่ถ้ากำหนดที่ 100 สีจะมีความสดมาก
-> Brightness คือ ระดับความสว่างขอสี โดยค่าความสว่างของสีจะเริ่มที่ 0 ถึง 100
4.)  LAB: เป็นระบบสีที่ไม่ขึ้นกับอุปกรณ์ใด ๆ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
                  -> L  เป็นการกำหนดความสว่างซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 100 ถ้ากำหนดที่ 0 จะกลายเป็นสีดำ แต่ถ้ากำหนดที่ 100 
                        จะเป็นสีขาว
                  -> A  เป็นค่าของสีที่ไล่จากสีเขียวไปสีแดง
                  -> B  เป็นค่าของสีที่ไล่จากสีน้ำเงินไปเหลือง

ประเภทของภาพกราฟิก

ประเภทของภาพกราฟิก มี 2 ประเภท คือ

1.)    ภาพกราฟิกแบบ 2 มิติ เป็นภาพที่เราพบเห็นโดยทั่วไป เช่น ภาพถ่าย  รูปวาด ภาพลายเส้น สัญลักษณ์ กราฟ รวมถึงการ์ตูนต่างๆ ในโทรทัศน์ เช่น การ์ตูนเรื่อง ชินจัง โดราเอมอน เป็นต้น
https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhu12iy1StkTFhBBNvuVqh2cK3d9kN68-Pn0vg_nMNwDy3XuTftuOZ9R0yg1RghBJ2ez5sDBR-fEiZP1jboOBN3viDLmrONOPFswoz2KzmAzYlh4PyFBQu8SXQW8PxMDqvk9Wum_gvAh5CF/s1600/tom-jerry-pic.jpg


2.)         ภาพกราฟิกแบบ 3 มิติ เป็นภาพกราฟิกที่ใช้โปรแกรมสร้างภาพ โดยเฉพาะ เช่น โปรแกรม 3Ds max , โปรแกรม Maya เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ได้ภาพมีสีและแสงเงาเหมือนจริง เหมาะกับงานด้านสถาปัตย์และการออกแบบต่าง ๆ รวมถึงการสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนหรือโฆษณาสินค้าต่าง ๆ เช่น  การ์ตูนเรื่อง Nemo The Bug และการ์ตูนปังปอนด์แอนิเมชัน เป็นต้น





ความหมายเกี่ยวกับกราฟิก

 ความหมายของกราฟิก
กราฟิก (Graphic)   มาจากภาษากรีก 2 คำ คือ
1. Graphikos  หมายถึง การเขียนภาพด้วยสีและเขียนภาพขาวดำ
                2. Graphein  หมายถึง ทั้งการเขียนด้วยตัวหนังสือและการสื่อความหมายโดยการใช้เส้น
เมื่อรวมทั้งคำ Graphikos และ Graphein เข้าด้วยกันวัสดุกราฟิกจะหมายถึงวัสดุใด ๆซึ่งแสดงความจริง แสดง                       
ความคิดอย่างชัดเจน ต่อมามีผู้ให้ความหมายของคำว่า “กราฟิก” ไว้หลายประการซึ่งสรุปได้ดังนี้
                    กราฟิก หมายถึง ศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งใช้สื่อความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ    
แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ
           
                                         แบบ Graphikos                                                          แบบ Graphein 
  ความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิก

                คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายได้ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการและน่าสนใจยิ่งขึ้น ด้วยกราฟ แผนภูมิ แผนภาพ เป็นต้น


บทบาทเเละความสำคัญของกราฟิก

           ปัจจุบันเทคโนโลยีได้มีวิวัฒนาการไปค่อนข้างรวดเร็ว การใช้ระบบการติดต่อสื่อสารที่มี ประสิทธิภาพมากขึ้น มีการกระจายของข้อมูลไปอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ง่ายนักเนื่องมาจากความแตกต่างในหลายๆด้าน ด้วยคุณสมบัติที่ดีของงานกราฟิกทำให้งานกราฟิกมีบทบาทสำคัญในการลดข้อจำกัด ต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนเวลา  ประสิทธิภาพของการคิด   การบันทึกและการจำ  ประสิaทธิภาพและประสิทธิผล  

การใช้งานกราฟิกบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์

 ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้มนุษย์จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับงานกราฟิกมากขึ้น มีดังนี้          
                 1.)  ความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ :  การใช้งานกราฟิกช่วยจะทำให้ได้ข้อมูลที่สื่อสารความหมายให้เข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว 

                  2.)  ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี :  เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้ความนิยมใช้งานกราฟิกช่วยในการสื่อความหมายจึงเกิดขึ้นแพร่หลายในสื่อเกือบ ทุกประเภท

  

             3.)  จำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น และความเป็นโลกไร้พรมแดน : ประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว งานกราฟิกจึงเป็นเครื่องผ่อนแรงให้การสื่อความหมาย  สามารถสื่อสารได้เข้าใจง่ายและถูกต้องในเวลาสั้น


          4)  ความแตกต่างระว่างบุคคล  : บุคคลแต่ละคนมีความแตกต่างกันในด้านต่าง ๆ การใช้งานกราฟิกเข้าช่วยจะทำให้ง่ายต่อการสื่อความหมายได้เป็นอย่างดี

ประวัติความเป็นมาของกราฟิก

เมื่อมนุษย์เริ่มรู้จักการขีดเขียน ขูด จารึกเป็นร่องรอย ให้ปรากฏเป็นหลักฐานในปัจจุบัน การออกแบบกราฟิกสมัยก่อนประวัติศาสตร์ จึงเป็นการเริ่มต้นการสื่อความหมายด้วยการวาดเขียน ให้ผู้อ่านตีความหมายได้ เรียกว่า  “ Pictogram ”
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พบว่า เมื่อล้านปีมาแล้วมนุษย์โฮโมอีเร็คทุส ( Homo Erectus ) ได้ใช้ท่าทางและสิ่งของตามธรรมชาติ ในการสื่อความหมายต่อกัน 
ยุคหิน เมื่อหมื่นกว่าปีก่อน 

5000 - 6000 ปี ก่อนคริสตกาล
3500 ปี ก่อนคริสตกาล
2000 - 3500 ปี ก่อนคริสตกาล
อียิปต์ตอนต้น
1200 ปี ก่อนคริสตกาล

ก่อนประวัติศาสตร์ บนเพิงผา จ.ลำปาง 
ประมาณ 3000 ปี ก่อน ที่ผาแต้ม จ.อุลราชธานี 
ภาพวาดกราฟิกของมนุษย์โบราณ
ออสตราโลพิเทคัส 
พิเทแคนทรอพัส 
โฮโมซาเปี้ยน 
ภาพวาดมนุษย์โบราณ

                    เมื่อประมาณแสนปีมาแล้ว   เผ่าพันธุ์ของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน หรือที่เรียกว่า  โฮโมซาเปี้ยน (Homo Sapiens) ได้ใช้สีตามธรรมชาติเขียนลายเส้นบนหน้าตาและร่างกาย  ภาพเหล่านี้ช่วยให้การสื่อความหมายง่ายและรวดเร็วขึ้น ซึ่งถือเป็นพื้นฐานในการวิวัฒนาการ มาเป็นภาษาพุดและภาษาเขียนในสมัยต่อมา  
วิวัฒนาการของอักษรจีนที่มีเค้าโครงมาจากภาพ

                    ภาพบนผนังถ้ำ   ลายเส้นตามหน้าตาและร่างกาย   ลายเส้นบนเครื่องมือ  เป็นสิ่งที่ภาษาในปัจจุบันเรียกว่า  งานกราฟิก (Graphic)  จะเห็นได้ว่า งานกราฟิกเป็นภาพและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้มนุษย์สื่อความหมายและถ่ายทอดประสบการณ์ได้อย่างรวด เร็วและมีประสิทธิภาพ   ดังนั้น งานกราฟิกจึงเป็นเครื่องมือคู่กับสังคมมนุษย์ตลอดมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์